พระพุทธเจ้า ไม่สนับสนุนการแบ่งชนชั้นวรรณะ

1 Views
iTube Thailand
4

เรื่องวรรณะเป็นความเชื่อของพราหมณ์ ในศาสนาพุทธไม่ได้แบ่งวรรณะ แต่ก็มีข้อจำกัด ไม่ให้บุคคลบางประเภทเข้าบวช ที่มีในพระไตรปิฎก ระบุลักษณะที่ไม่ควรให้อุปสมบท (บวชเป็นพระ) อีก ๒๐ ประเภท
๑. ผู้ไม่มีอุปัชฌายะ
๒. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นสงฆ์ (อุปัชฌายะต้องมีรูปเดียว ไม่ใช่มากรูป)
๓. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นคณะ (๒,๓ ชื่อว่าเป็นคณะ, ๔ ขึ้นไปเป็นสงฆ์)
๔. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นกะเทย
๕. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นคนลักเพศ (ผู้บวชเอาเอง)
๖. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้เข้ารีตเดียรถีย์
๗. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นสัตว์ดิรัจฉาน (มีเรื่องเล่าว่า นาคปลอมมาบวช)
๘. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้ฆ่ามารดา
๙. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้ฆ่าบิดา
๑๐. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้ฆ่าพระอรหันต์
๑๑. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้ข่มขืนนางภิกษุณี
๑๒. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน
๑๓. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้ประทุษร้ายพระพุทธเจ้า จนถึงยังพระโลหิตให้ห้อ
๑๔. ผู้มีอุปัชฌายะเป็นผู้มีอวัยะ ๒ เพศ
๑๕. ผู้ไม่มีบาตร
๑๖. ผู้ไม่มีจีวร
๑๗. ผู้ไม่มีทั้งบาตรทั้งจีวร
๑๘. ผู้ขอยืมบาตรเขามาบวช
๑๙. ผู้ขอยืมจีวรเขามาบวช
๒๐. ผู้ขอยืมทั้งบาตรทั้งจีวรเขามาบวช
ทั้งยี่สิบประเภทนี้ ถ้า (สงฆ์) บวชให้ ต้องอาบัติทุกกฏ
ข้อกำหนดเรื่องให้นิสสัยเพิ่มเติม
ต่อมามีเหตุการณ์เกิดขึ้น จึงทรงบัญญัติพระวินัย มีข้อกำหนดเพิ่มเติมเรื่องการให้นิสสัย (รับเข้าในปกครอง) ดังนี้
๑. ห้ามให้นิสสัยแก่ภิกษุอลัชชี (ผู้ไม่ละอายในการต้องอาบัติ) ถ้าให้นิสสัย ต้องอาบัติทุกกฏ.
๒. จะรู้ว่าเป็นผู้มีความละอาย หรือเป็นอลัชชี ให้รอดู ๔-๕ วันได้ ว่าจะเข้ากับภิกษุทั้งหลายได้หรือไม่
๓. ภิกษุเดินทางไกล อนุญาตให้ไม่ต้องถือนิสสัยในเมื่อไม่มีภิกษุผู้ให้นิสสัย
๔. อนุญาตให้ภิกษุผู้เป็นไข้, ภิกษุผู้พยาบาลภิกษุไข้ไม่ต้องถือนิสสัยได้ในเมื่อไม่มีภิกษุผู้ให้นิสสัย
๕. อนุญาตให้ภิกษุผู้อยู่ป่าไม่ต้องถือนิสสัยได้ในเมื่อไม่มีภิกษุผู้ให้นิสสัย แต่ถ้ามีภิกษุผู้ให้นิสสัยมา ต้องถือนิสสัย.
การปฏิบัติต่อผู้ทำผิด
มีเรื่องเกิดขึ้น จึงทรงแสดงข้อปฏิบัติในกรณีนั้น ๆ คือ
๑. เมื่อภิกษุไม่เห็นอาบัติ (คือต้องอาบัติแล้ว ไม่รับว่าต้อง) ถูกสงฆ์ประกาศยกเสียจากหมู่จึงสึกไป ภายหลังขอเข้ามาบวชใหม่, ถ้าสอบถามแล้วยอมรับว่าต้องอาบัติจริง ก็ให้บวชได้. เมื่อบวชแล้ว ให้ทำพิธีทำคืนอาบัติที่ต้องไว้แต่ครั้งก่อน
๒. เมื่อภิกษุไม่ทำคืนอาบัติ ถูกสงฆ์สวดประกาศยกเสียจากหมู่จึงสึกไป ภายหลังมาขอบวช ถ้ารับว่าจักทำคืนอาบัติ ก็ให้บวชได้ เมื่อบวชแล้ว ให้ทำคืนอาบัติที่ต้องไว้แต่ครั้งก่อนให้เรียบร้อย
๓. เมื่อภิกษุมีความเห็น****หยาบ คือความเห็นผิดอย่างแรง ถูกสงฆ์สวดประกาศยกเสียจากหมู่จึงสึกไป ภายหลังมาขอบวช ถ้ารับว่าจักละความเห็นผิดนั้น ก็ให้บวชได้

เมื่อบวชแล้วไม่ยอมทำคืนอาบัติก็ดี ไม่ยอมสละความเห็นผิดก็ดี สงฆ์มีสิทธิประกาศยกเสียจากหมู่ได้อีก. แต่ถ้าไม่ได้ภิกษุครบองค์สงฆ์ที่จะสวดประกาศ ก็อยู่ร่วมกับเธอได้ ไม่ต้องอาบัติ.

แสดงมากขึ้น
0 Comments sort Sort By

Facebook Comments